2009/Nov/07

กลับมาบ้านเมื่อตอนตีหนึ่งของวันที่7ธ.ค.หลังจากไปกินข้าวกับเพื่อนมา

 

ด้วยอารมณ์งงๆและแปลกๆบอกไม่ถูกเลยนอนไม่หลับครับ

 

อ่านFWmail แล้วเจออะไรน่าสนใจเลยเอามาให้อ่านกัน

 

สาระจากเรื่อง"รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ"‏

 

 

ทำไมมาม่าต้องต้ม 3 นาที?

สังเกตว่าภายในเรื่องตัวละครจะมีความสัมพันธ์กับมาม่า 2 ครั้ง คือ ตอนที่พระเอกจะต้มมาม่าให้นางเอกกินรองท้องก่อนขึ้นรถแท็กซี่ และตอนที่นางเอกผิดหวังเรื่องพระเอกต้องไปเรียนต่อเมืองนอก จึงกลับมาต้มมาม่าที่บ้านคนเดียว

หนังกำลังจะบอกอะไรเราหรือเปล่า? เขากำลังจะบอกเรื่องสาระของ
”การรอคอย” และ "ความอดทน"

ครั้งแรกในรถแท็กซี่ นางเอกเปิดกินในขณะที่เพิ่งใส่น้ำร้อนไปแค่ 1 นาที พระเอกก็บอกว่า
“ก็ข้างถ้วยเขาเขียนให้รอ 3 นาที” นางเอกก็เถียงว่าชอบกินแบบนี้ เส้นกรอบๆแบบนี้

ถ้า เรามองแบบเปรียบเทียบ ม่าม! ่ากับความรัก .. เหมือนหนังกำลังบอกว่า ทั่วไปตามสากลโลก ความรักมันมีเวลาของมัน การบ่มเพาะเส้นของความรักให้นุ่มพอดี พอเหมาะเข้าปากนั้น ต้องใช้เวลา แม้นางเอกอาจจะชอบเส้นกรอบๆ ที่ใช้เวลาน้อย แต่ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน จะตัดสินด้วยความชอบเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ และเวลาอีก 2 ปีที่พระเอกจะไม่อยู่ ก็คือช่วงเวลาที่จะบ่มเพาะความรัก ให้สามารถกินได้ทั้ง 2 ฝ่ายนั่นเอง

มาม่ามักถูกใช้เป็นตัวช่วยของคนที่ “ไม่มีเวลา” ไม่มีเวลาทำกับข้าว ไม่มีเวลาไปหาอาหารกินข้างนอก เหมือนในเรื่องนี้ นางเอกคิดว่าตนเอง”ไม่มีเวลา”จะรอพระเอกแล้ว เพราะอายุก็มาก เหงาก็เหงา กินข้าวคนเดียว แต่จะให้ทำอย่างไร แม้แต่มาม่ายังมีเวลา 3 นาทีของมัน แล้วความรักล่ะ?

จึง มาสู่ตอนที่นางเอกเครียดในการต้มมาม่าคนเดียวที่บ้าน อยากกินเร็วๆแต่อะไรก็ขัดใจไปหมด น้ำก็ไม่ได้ต้มไว้ ฉีกซองเครื่องปรุงก็ลำบาก เนื่องจากความ”ใจร้อน” มองแต่”เป้าหมาย” แต่ลืมมอง”ระหว่างทาง” การจะกินมาม่า ต้องต้มน้ำ ต้องค่อยๆเตรียมเครื่องปรุง เหมือนความรัก หากจะมองแต่เป้าหมายว่าฉันกับเขาจะต้องรักกัน แต่ลืมใส่ใจ”ระหว่างทาง” ภาพนั้นคงไม่เกิด

มา ม่า ก็เป็นตัวแทนหนึ่งของคนในสมัยนี้ ที่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ทุกๆอย่างต้องแข่งกับเวลา จนลืมไปว่า เรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างความรัก มันเร่งรีบไม่ได้หรอก

สรุป คือ หนังใช้มาม่าสอนเราในเรื่องความรัก ถ้าคิดจะรัก ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรอ ต้องอดทน คนสมัยนี้มักขาดความอดทน แลกเบอร์กันไม่กี่วัน ก็อยากให้อีกฝ่ายเรียกเราว่าแฟนแล้ว น่าจะมองดูว่า แม้สิ่งที่จะช่วยเราประหยัดเวลามากแค่ไหน อย่างมาม่า มันก็ยังมีเวลาของมัน แล้วกับความรัก ก็เช่นกัน

 
ชอบมากๆเลย หวังว่าทุกคนอ่านแล้วจะรู้สึกดีเช่นเดียวกับที่ผมอ่านนะครับ เลยเอามาแบ่งปันกัน

 

วันนี้อึมครึมมากเลย นอนไม่หลับยันเช้าแล้ว...ไว้เอามาเล่าให้ฟังดีกว่า

 

nice morning นะครับทุกคน

 

ปามมี่

Comment

Comment:

Tweet


ชอบความคิดเรื่องมาม่าเหมือนกัน
แต่ดูแล้วไม่ได้คิดเลยนะเนี่ย ><"

พอได้อ่านก็จริงแฮะ
ความรักต้องรู้จักรอและอดทนสินะ


:)

แหะ ๆๆๆ
#8 by ALYN At 2009-11-24 19:17,
ขนาดเราไม่ค่อยชอบดูหนังรักนะเนี่ยsurprised smile
#7 by Hyuga Neji At 2009-11-12 16:52,
ลึกซึ้งง


ที่..สอบนักธรรมตรีนั่น เค้ายังไม่มีแฟนจริงๆหรอ เอาละ...ชั้นนsad smile
#6 by Magaret Literary At 2009-11-11 18:30,
ยังไม่ได้ดูเลยอ่ะ เชยเนอะ
#5 by นายอุ๊ย!! At 2009-11-08 00:10,
ห่างหายจากการไปดูหนังในโรงภาพยนตร์มานานมากๆ
เรื่องนี้ก็อยากไปดูนะ
แต่ถ่าดูคนเดียว เลยไม่ไปดูดีกว่า
แล้วมันก็ผ่านไปอีกเรื่อง


บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอ่านแล้วก็รู้สึกได้คิด
ได้แง่มุมดีๆ สำหรับความรัก
สำหรับพี่อ้อเลิกกินบะหมี่มานานมากแล้ว
ถ้าวันไหนคิดถึงบะหมี่ขึ้นมาก็ไปซื้อมากินสักซอง
ให้พอหายคิดถึงรสชาติของมัน
อาจจะเหมือนกับความรักตรงที่
เมื่อไหร่ที่คิดถึงมันล่ะก็
ก็นั่งนึกย้อนความทรงจำกลับมา
ก็ทำให้เราเห็นภาพที่สวยงาม
ส่วนอะไรที่เลวร้ายก็ลืมมันไปเนอะ

surprised smile

ยังไงน้องปามมี่ก็อย่าท้อเรื่องงานนะ
สู้ๆ จ้ะ
กว่าพี่อ้อจะได้งานที่รักก็ตั้งปีหนึ่ง
เพราะพี่อ้อเรื่องมากสุดๆ
น้องปามมี่ใจเย็นๆ นะ
เดี๋ยวโอกาสก็เป็นของเราจ้ะ
เป็นกำลังใจให้เสมอdouble wink
#4 by รองเท้าแก้ว At 2009-11-07 20:28,
หนังเรื่องนี้น่าดูจริงๆเลย

ใครๆไปดูก็กลับมาชมแฮะbig smile
#3 by ดอกแอ้ © At 2009-11-07 09:13,
ที่แท้ก็แบบนี้น่ะเอง ปรัชญาความรักจากมาม่า นั่นสิเนอะรักแล้วต้องรอหน่อย big smile
#2 by NihaoJAA At 2009-11-07 08:17,
-_- เพิ่งสังเกตว่านางเอกกินมาม่านะครั บ

55


หนังแทรกไว้จริงๆรึว่าคนดูคิดมากกันนะ-_-
#1 by ฮะกร่วย At 2009-11-07 07:41,